ชูชัย ยอมถอย! ชูชัยบุรีศรีอัมพวา หลังโดนต้านหนัก

quote

อัมพวา
 
อัมพวา
 
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก  เฟซบุ๊ก Siriwat Kantaros  , ครอบครัวข่าว 3 , travelfish.org
 
          ชูชัย ประกาศยอมเบรกโครงการชูชัยบุรีศรีอัมพวา แม้ลงทุนไป 200 ล้าน ถ้าชาวอัมพวาไม่ให้สร้างก็ยอม ตัดพ้อกลายเป็นอาชญากรสังคม รับเสียใจมาก ด้านประชาคมคนรักแม่กลอง แจงมีคนแอบอ้างถกปัญหารื้อบ้านเก่า บอกทางประชาคมฯ ไม่มีส่วนรู้เห็นใด ๆ 
 
          ยังคงเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันอย่างต่อเนื่อง เกี่ยวกับโครงการสร้างโรงแรมระดับ 5 ดาว ของ นายชูชัย ชัยฤทธิเลิศ นักธุรกิจค้าเพชรพันล้าน ที่ต้องการรื้อถอนบ้านไม้ 12 หลัง ริมคลองอัมพวา จ.สมุทรสงคราม โดยเจ้าตัวอ้างว่าทำประชาพิจารณ์กับคนชุมชนมาแล้ว แต่ทั้งนี้ก็เกิดกระแสต่อต้านจากคนทั่วประเทศเกี่ยวกับโครงการดังกล่าว 
 
          ล่าสุด เมื่อวันที่ 2 กันยายน นายพีรวงศ์ จาตุรงคกุล อายุ 46 ปี อาจารย์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และสมาชิกเครือข่ายประชาคมคนรักแม่กลอง ได้ออกมากล่าวว่า ขณะนี้ทาง รศ.ดร.ศิริวรรณ ศิลาพัชรนนท์ และ รศ.ดร.วรรณศิลป์ พีรพันธุ์ กลุ่มนักวิชาการจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้นำชุมชนอัมพวา และกลุ่มอนุรักษ์ ได้ประสานให้ทั้งฝ่ายมาเจรจาและทำความเข้าใจร่วมกัน ในวันนี้ (3 กันยายน) เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมสาธารณสุขเทศบาลตำบลอัมพวา เพื่อเปิดรับฟังเสียงของประชาชน และผลักดันให้เกิดเทศบัญญัติการป้องกันชุมชนท้องถิ่น 
 
          ทั้งนี้ นายพีรวงศ์ กล่าวว่า เรื่องการรื้อถอนบ้านไม้อายุกว่า 100 ปี จำนวน 12 หลังนั้น ถือว่าเป็นกรณีศึกษาสำหรับคนในชุมชนที่ต้องหวงแหนคุณค่าของชุมชนไว้ ส่วนคนนอกที่คิดจะเข้ามาใช้ประโยชน์จากชุมชนต้องตระหนักถึงความสำคัญในการรักษาและการสร้างความมีส่วนร่วมของคนในชุมชนเพื่ออนุรักษ์วิถีชีวิตของสังคมท้องถิ่นให้ยั่งยืนตลอดไป จึงขอให้ชาวบ้านและผู้ที่สนใจเข้าร่วมฟัง และแสดงความคิดเห็นเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้ตามวันและเวลาดังกล่าว 
 
<div alt="ชูชัย ยอมทุกอย่าง! ลงทุนไป 200 ล้าน ถ้าไม่ให้สร้างก็ยอม" height="595" 510"="" class="img-mobile" style="font-family: Tahoma; font-size: 16px; text-align: center; ">
ชูชัย ยอมทุกอย่าง! ลงทุนไป 200 ล้าน ถ้าไม่ให้สร้างก็ยอม
 
          อย่างไรก็ตาม ทางด้านสมาชิกเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า "ศิริวัฒน์ คันทารส"  Siriwat Kantarosได้โพสต์ข้อความหัวข้อ "ความจริงของข่าว ถกแก้ปัญหา รื้อบ้านเก่าอัมพวา" ซึ่งมีเนื้อหาดังนี้ ... 
 
          1. นายพีรวงศ์ จาตุรงคกุล หรือ นายโจ้ ไม่ได้เป็นสมาชิกของประชาคมคนรักแม่กลองและไม่เคยมีส่วนร่วมประชุมใด ๆ ทั้งสิ้น ซึ่งนายโจ้เป็นคนใกล้ชิดกับอดีตนายกเทศมนตรีอัมพวาคนหนึ่ง
 
          2. ดร.วรรณศิลป์ พีรพันธุ์ ไม่ได้เป็นตัวตั้งตัวตีการจัดประชุมครั้งนี้
 
          3. การให้ข่าวใด ๆ ที่ออกในนามประชาคมคนรักแม่กลองต้องผ่านมติที่ประชุม ซึ่งการเจรจาครั้งนี้ ประชาคมคนรักแม่กลองไม่มีส่วนรู้เห็นใด ๆ ทั้งสิ้น การให้ข่าวจึงเป็นการแอบอ้าง
 
          4. การไม่รื้อบ้านไม้นั้น ไม่ได้หมายความว่าเจ้าของโครงการต้องการที่จะอนุรักษ์แต่อย่างใด เพราะความเป็นจริงที่เกิดขึ้นคือบ้านเรือนแถวนั้นถูกทำลายลงไปนานแล้ว ประชาชนที่อยู่อาศัยในบ้านเรือนนั้น ๆ ถูกไล่ไปก่อนที่จะมีโครงการสร้างอาคารโรงแรมดังกล่าว (ซึ่งไม่ใช่ที่ดินว่างเปล่าอย่างที่เป็นข่าว) และทางโครงการมีเจตนารมณ์ชัดเจนในการไล่รื้อทำลาย โดยมีการเจรจาซื้อขายไม้บ้านเหล่านั้นเรียบร้อย ซึ่งจากออกข่าวว่าไม่รื้อบ้านไม้ เป็นเพียงการสร้างภาพให้สวยงามมีคุณธรรมเท่านั้น 
 
ชูชัย
นายชูชัย ชัยฤทธิเลิศ
 
 
          ขณะเดียวกัน ทางด้านนายชูชัย ได้เปิดใจเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกครั้งว่า ตนเสียใจในทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำลงไป และไม่คิดว่าเจตนาที่ดีที่ทำลงไปนั้น จะไปเบียดเบียนใจของคนที่มีเจตนาบริสุทธิ์ ซึ่งโครงการที่ตนคิดทำนั้นเป็นโครงการที่ช่วยเหลือพี่น้องอัมพวา และตนก็จะทำให้สอดคล้องกับสิ่งที่ทุกคนอนุรักษ์ไว้ แต่ทั้งนี้ข่าวส่วนใหญ่ที่ออกมามีแต่ว่าตนไปกว้านซื้อ ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว ที่ดินที่ตนซื้อนั้นเป็นโฉนดแผ่นเดียว 3 ไร่ จากคนคนเดียวเท่านั้น และที่ดินดังกล่าวก็อยู่ห่างชุมชนถึง 1 กิโลเมตร โดยตนตั้งใจจะสร้างเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ เป็นศูนย์รวมของศาสนา ขนบธรรมเนียมและประเพณีอันดีงามของไทย รวมถึงการกีฬาด้วย 
 
          นายชูชัย กล่าวต่อว่า ขณะนี้ตนได้สร้างเฟสแรกเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยได้สร้างศูนย์หัตถกรรมศิลปะ ร้านแม่สมใจ 7 ห้อง ทั้งนี้ สำหรับศูนย์ดังกล่าวตนก็จะให้ชาวบ้านนำศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านมาจำหน่าย นอกจากนี้ยังสร้างท่าน้ำที่มีความยาวประมาณ 70 เมตร ซึ่งท่าน้ำแห่งนี้ตนก็ไม่ได้สร้างเอง แต่เป็นการสร้างที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องจากกรมโยธาธิการ กรมเจ้าท่า และเขตเทศบาล และตนก็ได้มอบให้เป็นของสาธารณะ ให้ชาวบ้านได้จอดเรือฟรี ขายของฟรี ซึ่งตอนนี้ก็มีชาวบ้านร่วมจดทะเบียนขายของทางเรือมากกว่า 100 รายแล้ว 
 
          นายชูชัย ยังกล่าวอีกว่า ตอนนี้จะให้ตนทำอะไรตนยอมทุกอย่าง จะให้รื้อ หรือให้เก็บไว้ ให้สร้างโรงแรม หรือไม่ให้สร้าง ทุกอย่างนั้นขึ้นอยู่กับเสียงส่วนใหญ่ เพราะตอนนี้ตนเหนื่อยมาก อย่างไรก็ตาม ตนอยากขอโอกาสอธิบาย และอย่าโจมตี หรือกล่าวหาตนในสิ่งที่ผิด ๆ เพราะคนอย่างตนไม่มีทางไปเบียดเบียนจิตใจใคร ชีวิตของตนนั้นสร้างบุญสร้างกุศลมาตลอด จะสร้างชั่วในบั้นปลายไปเพื่ออะไร ทุกวันนี้เรื่องดังกล่าว ทำให้ตนถูกกล่าวหาจนกลายเป็นอาชญากรทางสังคมไปแล้ว ตนไม่เข้าใจว่าตนไปฆ่าใครหรือ 
 
 
อัมพวา
 
          พร้อมกันนี้ นายชูชัย ยังได้กล่าวถึงภาพข่าวที่มีคุณย่า คุณยาย นำดอกไม้มาไว้อาลัยบ้านไม้ 12 ตึก ว่า ถึงแม้ภาพดังกล่าวจะเผยแพร่เพียง 2 นาที แต่เป็นภาพที่ทำร้ายจิตใจตนเองมาก ภาพนี้ทำให้ตนทุกข์ใจ เหมือนเป็นคนเลวที่สุดในสังคมตอนนี้ ซึ่งตนอยากบอกว่า ตนขอโทษพี่น้องอัมพวาทุกคนที่ทำให้เสียใจ และเสียใจที่เข้าใจเจตนารมณ์ของตนผิด เพราะตนเพียงอยากให้อัมพวาเป็นเมืองนำรายได้มาสู่ครอบครัวของชาวอัมพวาทุกคน แต่เมื่อถึงขั้นนี้ ทุกคนไม่อยากให้ทำ ก็แล้วแต่ทุกคนละกัน ที่ตนลงทุนไป 100-200 ล้านบาท ก็ไม่เป็นไร แต่ชื่อเสียงวงศ์ตระกูลที่ตนสั่งสมมาทั้งชีวิตนั้นมันประเมินค่าไม่ได้ ทั้งนี้ ตนก็อยากให้กรณีนี้เป็นกรณีศึกษา สำหรับใครที่อยากจะมาลงทุน ก็อยากให้คิดให้ดี  
 
 
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก 
 

ผู้ส่ง admin| 04 กย. 2555 เวลา 01:10 น.| | 1351
ร่วมแสดงความคิดเห็น

รูปภาพอัปโหลด ขนาด “1024 Kb.” ชนิด “jpg,gif,png” เท่านั้น

antispam