นักวิจัย มข. ค้นพบเห็ดยุคดึกดำบรรพ์

quote

นักวิจัย มข. ค้นพบเห็ดยุคดึกดำบรรพ์

 

นักวิจัย มข. ค้นพบเห็ดยุคดึกดำบรรพ์ มีสารเรืองแสงในตัว เตรียมพัฒนาเป็นพืชประดับสวนสวย


โคกภูตากา มีพื้นที่ประมาณ 700 ไร่ เป็นป่าเต็งรังที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเวียงเก่า จังหวัดขอนแก่น จากปัญหาการบุกรุกแผ้วถางของชาวบ้าน แนวทางการแก้ปัญหาที่ถูกนำมาใช้ก็คือ การประกาศให้พื้นที่โคกภูตากาเป็นเขตอนุรักษ์พันธุกรรมพืช ถวายเป็นโครงการในพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อปี 2542 โดยหน่วยงานในมหาวิทยาลัยขอนแก่น หลายหน่วยงานด้วยกันได้เข้ามาช่วยกันทำงาน อย่างเช่น สำนักงานโครงการพระราชดำริ ศูนย์บริการวิชาการ ศูนย์วิจัยอนุกรมวิธานประยุกต์ คณะวิทยาศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ เป็นต้น ได้เข้ามาดำเนินโครงการต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการฟื้นฟูอนุรักษ์พันธุ์พืช และศึกษาถึงประโยชน์ของพืชแต่ละชนิด จำนวนหลายโครงการด้วยกัน


เมื่อประมาณปี 2545 รศ.ดร.วีระศักดิ์ ศักดิ์ศิริรัตน์ ภาควิชาพืชศาสตร์และทรัพยากรการเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พร้อมทีมนักวิจัย ได้เดินทางมาสำรวจพื้นที่โคกภูตากาเพื่อศึกษาถึงความหลากหลายทางชีวภาพของเห็ดในพื้นที่โคกภูตากา จนได้พบเห็ดเรืองแสง ซึ่งเป็นเห็ดในยุคดึกดำบรรพ์ รศ.ดร.วีระศักดิ์ เปิดเผยว่า การค้นพบเห็ดเรืองแสงถือเป็นการรายงานถึงเห็ดเรืองแสงชนิดนี้ครั้งแรกในประเทศไทย มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Neonothopanus nambi มีลักษณะคล้ายกับเห็ดนางรม แต่จัดเป็นเห็ดมีพิษ พบในบริเวณที่มีความชื้นสูงในช่วงที่ฝนตกหนักในรอบปี คือช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม โดยจะขึ้นเป็นกลุ่มๆ ละ 4-5 ดอก บนรากไม้หรือกิ่งไม้ที่ตาย ตอนกลางวันไม่มีแสง แต่จะเปล่งแสงในเวลากลางคืน สามารถมองเห็นได้ไกลในระยะทาง 10-20 เมตร


จากการศึกษาครั้งนี้ ทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัยขอนแก่น ยังสามารถจำแนกสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่สำคัญ ที่มีชื่อทางเคมีว่า Aurisin A (ออริซิน เอ) จากเส้นใยของเห็ดและน้ำเลี้ยงเชื้อ (culture filtrate) นั่นคือ สารพิษของเห็ดเรืองแสง ที่เป็นประโยชน์ต่อการควบคุมไส้เดือนฝอยรากปมในพืชได้ ซึ่งถือว่าเป็นการค้นพบครั้งแรกของไทย ที่ใช้สารออกฤทธิ์ Aurisin A จากเห็ดเรืองแสงชนิดนี้ มาควบคุมโรครากปมในมะเขือเทศ และยังพบเห็ดเรืองแสงในพื้นที่ป่าในเขตมหาวิทยาลัยขอนแก่น อีกด้วย โดยจำแนกเห็ดชนิดนี้ว่า Neonothopanus nambi สายพันธุ์ KKU 1 และ KKU 2 ซึ่งจากการศึกษาทีมนักวิจัยมีแนวคิดในการนำเห็ดเรืองแสงมาใช้ประโยชน์ทั้งทางด้านการเกษตร เช่น การนำเอาเส้นใยของเห็ดเรืองแสงที่เลี้ยงในขี้เลื่อยผสมรำข้าวในอัตรา 20-30 กรัมต่อมะเขือเทศ 1 ต้น จะสามารถควบคุมโรครากปมในมะเขือเทศได้ถึง 70-85% หรือการนำเห็ดสวยงามใช้ประดับในการจัดตกแต่งสวน เพิ่มความแปลกใหม่และสวยงามในยามค่ำคืน หรือแนวทางการตัดต่อเอายีนส์จากเห็ดเรืองแสงไปส่งถ่ายในต้นไม้แล้วทำให้ต้นไม้เปล่งแสงในตอนกลางคืนตามถนนในเวลาค่ำ อาจทำให้เพิ่มทัศนวิสัยที่ดีในการมองเห็นขณะขับขี่รถยามค่ำคืน และช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้าส่องสว่างตามถนนลงได้ รวมถึงการใช้ประโยชน์ทางด้านการแพทย์ที่มีแนวทางนำสารออกฤทธิ์ดังกล่าวมาบำบัดโรคมะเร็งอีกด้วย

ที่มา : banmuang

ผู้ส่ง admin| 09 พค. 2555 เวลา 12:20 น.| | 875
ร่วมแสดงความคิดเห็น

รูปภาพอัปโหลด ขนาด “2048 Kb.” ชนิด “jpg,gif,png” เท่านั้น

antispam